![]() |
|
Spaces home // Another Part of Me //PhotosProfileFriendsBlog | ![]() |
|
August 27 อยากตัดอยากตัดผม แต่ไม่มีกรรไกร ดันเผลอส่งกรรไกรกลับทางเรือซะได้ เลยต้องผมยาวกลับเมืองไทยอีกแล้ว (ไปให้คนอื่นตัดก็ได้วะ) March 14 Machine Meบรรยายตัวเอง
- Single Thread Machine
- Randomly call sleep itself (usually call sleep(3600000))
- Crash often
- Working thread is likely to be killed by procastinating thread March 10 เวลาเปลี่ยนเวลาเปลี่ยน (1 ชม.) แต่ใจยังไม่เปลี่ยน (ไม่มีใคร)
ตอนนี้ที่อเมริกาเค้าปรับ DST ซึ่งจะทำให้เวลาเร็วขึ้นไป 1 ชม. Central Time ที่ตูอยู่ก็จะต่างจากเมืองไทย 12 ชม.เป๊ะ เทียบเวลากันง่ายมาก February 24 magazine coverFebruary 13 ว่าจะใด วาเลนไทน์วาเลนไทน์ ... คืออะไร?
กี่ปีๆก็อยู่คนเดียววันนี้ ... รึเปล่าวะ? ... จำไม่ได้แล้ว ช่างแม่งเหอะ ... มีความสุขดี February 03 ฝันเมื่อคืนฝันว่าคุยกับฝรั่งหรือใครซักคนนี่แหละแต่คุยเป็นภาษาอังกฤษ คุยว่าบริษัทเนี่ย การลงทุนทำอะไรบางอย่าง มันไม่ต้องเพื่อให้ได้กำไรก็ได้นะ มันเป็นประโยชน์กับสังคมส่วนรวม ถึงจะขาดทุน ก็ถือซะว่าเป็นการบริจาคไป ฯลฯ พอคุยเสร็จเค้าก็เหมือนจะแนะนำใครซักคนให้รู้จัก แต่ผมก็รู้จักคนๆนั้นแล้ว ...
รู้สึกจะคิดอะไรแล้วเอาไปฝันตลอดเลย ทั้งฝันว่าไปเที่ยวแล้วไม่ได้เอากล้องไป ฝันว่า iPod Touch ออกรุ่นใหม่ ความจุเพิ่มขึ้น ฝันเรื่องการลงทุนขององค์กร ฯลฯ ว่าแต่ทำไมไม่ค่อยฝันถึงสาวบ้างเลย -_- January 26 ความลับของเธอเมื่อก่อนเคยคิดว่าตัวเองชอบผู้หญิงที่มีความลับ เพราะดูเป็นคนมีเสน่ห์ แต่มาภายหลังก็รู้ตัวแล้วว่า ตัวเองชอบผู้หญิงที่มีโลกส่วนตัว และไม่มีความลับต่อกันมากกว่า ... การไม่มีความลับต่อกันไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง นั่นเรียกว่าสอดรู้สอดเห็น และรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว
แต่ความต้องการของมนุษย์ก็หาที่สุดไม่ได้ รวมไปถึงความอยากรู้อยากเห็นทุกเรื่องของอีกฝ่าย โดยอ้างไปว่า ก็เราเป็นแฟนกันนี่นา ... January 14 อีก 2 เทอมเปิดเทอมใหม่แล้ว เป็นเทอมรองสุดท้ายก่อนจะจบ ... มีเรียน 3 วิชา 1 วิชาเป็นเรียน online ... เข้าเรียนแล้ว 2 ตัว อีกหนึ่งตัวยังไม่ได้เรียน แต่ดูท่าทางแล้ว งานไม่เบาแน่นอน ทั้งยังต้องแบ่งเวลาไปทำอย่างอื่นอีกด้วย T_T ... โปรเจคส่วนตัวก็ยังไม่เสร็จ โปรเจคที่บ้านก็ยังไม่ได้ทำ มีหนังสือค้างไว้ไม่ได้อ่านอยู่ 5-6 เล่ม มีหนังค้างไว้ยังไม่ได้ดู 30 กว่าเรื่อง ... เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็คงเรียนจบพอดี
อนาคตข้างหน้า ก็คงมีอะไรให้ทำเยอะแยะ ทั้งงานหลักเขียนโปรแกรม งานรองทำโน่นทำนี่ งานเที่ยว งานถ่ายรูป งานกิน งานนอน งานจีบหญิง ... คิดอยู่ว่า คนที่จะมาเป็นแฟนได้เนี่ย ถ้าไม่ชอบเที่ยว ชอบถ่ายรูป หรือชอบกินเหมือนกัน ก็คงแทบไม่มีเวลาได้อยู่ด้วยกัน ... คนที่ชอบอยู่กับแฟนเยอะๆนี่ตัดไป คนขี้เหงาตัดไป ขี้น้อยใจก็ตัดไป ชอบเรียกร้องตลอดเวลาก็ตัดไป พวกอ่อนไหวมากเกิน ขี้อายมากไป คิดมาก จุกจิก ตัดไปให้หมด ... แล้วมันจะเหลือใครมั้ยวะ!!! ... ว่าแล้วก็ มีความสุขกับชีวิตโสดไปเรื่อยๆดีกว่า มีความสุขกว่าคนรอบข้างที่มีแฟนอีก September 09 เย็นๆสบายๆช่วงนี้ตอนเย็นๆจะชอบออกไปขี่จักรยาน(คันใหม่)เล่นแถวๆนี้ อากาศตอนเย็นๆช่วงนี้นี่เย็นสบายดีมากๆ ตรงที่ไปขี่ก็มีรถวิ่งไม่เยอะ ขี่เรื่อยๆสบายๆ เอาเครื่องเล่น mp3 ไปฟังด้วย เปิดเพลงชุดที่จัดเอาไว้สำหรับฟังริมทะเล ซึ่งก็จะเป็นแนวฟังสบายๆ เข้ากับบรรยากาศสุดยอด... ขี่กันจนพระอาทิตย์ตกกันเลยทีเดียว พอจะหยุดก็จะแวะไป supermarket ที่ไปประจำ ซื้อเสบียงทีละนิดทีละหน่อย จะได้ไม่ต้องแบกทีเดียวหนักๆ หรือไม่ก็แวะไปร้านหนังสือร้านประจำ ดูนิตยสารบ้าง ยืนอ่านหนังสือที่ชอบบ้าง
มีความสุขจริงแฮะ อยากให้อากาศเป็นอย่างนี้อีกซัก 2-3 เดือน ... แต่คงจะยาก อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆแล้ว ... เสื้อหนาวยังไม่ได้ซักเลย กร๊ากกกก... September 08 สุดยอดช่างวันก่อน(โน้น) เจ้าของบ้าน (Landlord) ส่งช่างมาซ่อมชักโครกให้ ซึ่งตอนแรกก็แปลกใจเพราะว่าตอนแรกเจ้าของบ้านบอกว่าจะซ่อมให้เอง แต่ใครจะซ่อมก็ช่างเถอะ ให้มันดีเหมือนเดิมก็พอ
ช่างมาดูๆปัญหา จากนั้นเค้าก็ลงมือทันที ผมตอนแรกก็ยืนดูอยู่ซักแป๊บ แล้วก็คิดว่าไปนั่งทำงานตัวเองดีกว่า ปล่อยให้เค้าซ่อมไป เดี๋ยวจะเป็นการกดดันเค้า 555 ซักพักเค้าก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ผมถามว่าเสร็จแล้วหรอ เค้าก็บอกว่าเสร็จแล้ว ผมก็เลยเดินไปดูผลงาน ซึ่งเค้าก็เปลี่ยนอุปกรณ์ข้างในโถชักโครกให้ยกชุดเลย นอกจากนั้นเค้าเห็นผมเอาขวดใส่น้ำไปใส่ไว้ในชักโครกเพื่อเป็นการประหยัดน้ำ (รักโลกแค่ไหน คิดดู) เค้าก็เลยปรับระดับน้ำให้ใช้น้ำน้อยลงกว่าปกติด้วย แต่ประสิทธิภาพก็ยังดีอยู่ ไม่มีปัญหาก้านชักโครกค้าง ที่ทำให้น้ำไหลไม่หยุดแล้วด้วย
นอกจากจะซ่อมชักโครกให้แล้ว เค้าก็ยังเจอปัญหาในห้องน้ำของผมที่ตรงอ่างล้างหน้า ซึ่งน้ำมันไหลลงช้า ทำให้เวลาเปิดน้ำแรงๆแล้วมักจะไหลลงไม่ทัน ต้องคอยเปิดๆปิดๆ เค้าก็ไปขยับๆความสูงของฝาปิดท่อให้ ทำให้มันสูงกว่าเดิม ซึ่งก็ทำให้น้ำไหลลงเร็วกว่าเดิมเยอะมาก และไม่มีปัญหานั้นอีกเลย
ทำเสร็จยังเช็ดๆรอบอ่างล้างหน้า (ที่แสนสกปรก) ให้ด้วย พอเช็ดเสร็จก็เอาผ้ามาเช็ดพื้นบริเวณรอบๆชักโครกต่ออีกต่างหาก (ทั้งๆที่ผมบอกว่าไม่ต้องก็ได้ แต่เค้าก็บอกว่าไม่เป็นไร) และผมก็ยังสังเกตได้ว่าโถชักโครกเนี่ย มันถูกเช็ดทำความสะอาดทั้งภายนอกภายในโถเลย ... สุดยอดดดดดดด
ช่างแบบนี้ผมให้ 10 ดาวจาก 5 ดาวไปเลย เหมือนเค้าจะเป็นคนที่มีความรักในงานที่ตัวเองทำจริงๆ ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานอะไร ตอนที่เค้าทำก็ดูเหมือนเค้าจะทำด้วยความเต็มใจจริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ว่าอะไรที่นอกเหนือจากหน้าที่แล้วก็จะปัดความรับผิดชอบอย่างเดียว ... คนแบบนี้สิ หายาก หายากจริงๆ
ปล. ตอนใช้กระดาษเช็ดรอบๆอ่างอยู่ มีมาโฆษณาด้วยว่ากระดาษแบบนี้ดีนะ ใช้เช็ดอะไรได้ดีมาก (แต่ไม่ได้ระบุยี่ห้อนะ ไม่ได้มาแอบขาย) August 30 จักรยานสีแดงวันนี้วางแผนออกไปซื้อจักรยานที่ Wal-Mart ก็ต้องนั่งรถเมล์สาย 305 ไปลงที่สี่แยกใกล้ๆ จากนั้นก็เดินอีกนิดนึงเข้าไป สาย 305 นี่เป็นสายที่ไม่เลยนั่งเลย ทั้งๆที่วิ่งอยู่แถวๆเมืองที่อยู่ และเป็นสายที่ผ่านมหาลัยด้วย (แต่ไม่ผ่านห้องพัก) พอออกจากห้อง ก็เดินไปขึ้นรถอีกถนนนึง ยืนๆ นั่งๆ รอซักพักใหญ่เลยกว่ารถจะมา ตรงที่ป้ายก็มีคนรอสายนี้เป็นเพื่อนด้วย (เค้าถามว่าสายนี้มายัง ก็เลยรู้) รถวิ่งไปซักพักนึง มันก็เลี้ยวผิดไปจากที่คิดเอาไว้ (คิดเอาเอง) แทนที่รถจะตรงไป กลับเลี้ยวขวาซะงั้น ก็ลองนั่งดูท่าทีอยู่ซัก 3-4 ป้ายก่อน แล้วในที่สุดมันก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนที่ถึงแม้จะไม่ตรงกับที่คิดไว้ตอนแรก แต่ก็ไปได้เหมือนกัน ก็เลยนั่งต่อ ยังไม่ลง (ก่อนมันจะเลี้ยวก็ลุ้น "เลี้ยวสิๆๆ" 555) จากนั้นรถเมล์ก็มีวกเข้าไปจอดตรงป้ายรถไฟด้วย ตอนแรกนึกว่ามันสุดสถานีแล้ว เราอาจจะขึ้นผิดฝั่ง ต้องขึ้นอีกฝั่งถึงจะไปลง Wal-Mart ได้ เห็นคนในรถลงกันเยอะด้วย แต่ก็เห็นบางคนยังไม่ลง (คนขับไง เอ้ย! ไม่ใช่ 555) ก็เลยตัดสินใจนั่งต่อ (แต่ก็ลุกทำท่าจะลงแล้วนะ แต่ก็นั่งต่อ คนข้างๆก็งงๆว่าไอ้นี่มันเป็นอะไร) นั่งต่ออีกแป๊บเดียว ก็ถึงจุดที่ต้องการลง พอลงเสร็จ ข้ามถนนเดินไป Wal-Mart ก็เห็นรถเมล์ที่ตัวเองเพิ่งลงเมื่อกี๊ขับวกเข้าไปใน Wal-Mart จอดแทบจะติดกับประตูทางเข้า ... โอย เจ็บใจ ไม่รู้ว่ามันมีป้ายอยู่ตรงนั้นด้วย แต่ก็ไม่เป็นไร เดินไม่ไกลเท่าไหร่ ... เดินไปอีกแป๊บนึง รถเมล์นั่นก็เลี้ยวสวนผมที่กำลังเดินอยู่พอดีเลย ถ้าคนในรถจำผมได้ ก็คงมองแล้วนึกในใจว่า "ไอ้โง่" แน่นอน 555 ไม่รู้นี่หว่า เข้าไปใน Wal-Mart ก็ดิ่งไปซื้อจักรยานเลย เล็งรุ่นไว้ตั้งแต่อยู่ที่ห้องแล้ว เป็นจักรยานนี่ห้อ Next มีเกียร์ 18 จังหวะ ขนาดล้อ 26" มี 2 ล้อ ล้อหน้ากับล้อหลัง (555) มองๆแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าต้องซื้อตัวล๊อคด้วยนี่หว่า ก็เลยเดินไปหยิบตัวล๊อคจักรยาน แล้วพอหยิบจักรยานมาลองๆดู เห็นล้อมันแบนๆ ไม่มีลม ก็เลยต้องเดินไปหยิบที่สูบลมมาอีกอัน จากนั้นก็ลากจักรยานนั่นไปที่ cashier และวางลงบนแท่น cashier เอ้ย! หยิบแค่ barcode ให้เค้า scan ก็พอ 555 มาถึงตรงนี้ อาจจะยังมีคนสงสัยอยู่ว่าผมจะแบกขึ้นรถเมล์กลับหรอ ... เปล่า ... ซื้อแล้วก็ปั่นกลับเลยสิ จะแบกขึ้นรถเมล์ทำไม (แต่เพื่อความกระจ่าง รถเมล์ที่นี่มีที่วางจักรยานอยู่หน้ารถเมล์ ทำให้เราสามารถเอาจักรยานของเราวางตรงนั้น แล้วตัวเราก็เดินขึ้นรถเมล์ได้ เจ๋งมั้ยล่ะ) เนื่องด้วยล้อมันแบน ก็เลยยังขี่ไม่ได้ แต่มีที่สูบลมแล้วจะกลัวอะไร นอกจากว่าจะใช้ที่สูบไม่เป็น 555 นั่นแหละ ใช้ที่สูบไม่เป็น ... ผมลากจักรยานออกมาหน้า Wal-Mart แล้วก็ลงมือสูบอยู่ตรงนั้นน่ะแหละ แกะเอาที่สูบออกมา ครอบแล้วลองสูบลมเข้าไป มันก็รู้สึกว่าลมมันไม่เข้า ลองๆอยู่แป๊บนึง กำลังว่าจะเปิดวิธีใช้ดู แต่ก็มีพนักงาน Wal-Mart มาถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม ด้วยความหยิ่งในศักดิ์ศรี ก็เลยตอบไปว่า สูบลมไม่เป็นคร๊าบ ช่วยหน่อย ... เค้าลองดู แล้วก็บอกให้ดันแท่งสีดำๆตรงที่สูบด้วยเวลาครอบ เพื่อล๊อคที่สูบกับรูเอาไว้ ลมจะได้เข้า ... อ่อ ... เค้าก็ยังช่วยสูบให้ด้วย ล้อนึง :-p ... ก้มๆทำกันอยู่ ก็มีพนักงานอีกคนมาดู แล้วก็บอกว่า เดี๋ยวขอยืมไปสูบจักรยานของเค้าด้วยสิ ผมก็ไม่มีปัญหา มันไม่สึกหรออะไรหรอก หลังจากสูบของตัวเองทั้ง 2 ล้อเสร็จก็ให้เค้ายืมสูบ เค้าสูบอยู่แป๊บนึงก็คืน ผมก็แพ๊คใส่กล่องใหม่ เอาใส่ถุงแล้วก็แขวนกับจักรยาน ขี่จักรยานกลับห้องอย่างสำราญใจ ... ซักพัก ... หลังจากนั่นก็เหนื่อย โอย ระยะทางระหว่างห้องกับ Wal-Mart จะว่าใกล้ก็ใกล้ จะว่าไกลก็ไกล ถ้าให้ขี่จักรยานนี่ก็ขี่เหนื่อยเหมือนกันนะ -_- ปล. วันนี้โทรไปตามเจ้าของห้องเรื่องปัญหาในห้อง เค้าก็บอกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาทำชักโครกให้ แต่ตู้เย็นเดี๋ยวเค้าต้องโทรไปนัดช่าง ... ซักพักใหญ่ ช่างก็โทรมานัดเวลา เร็วสุดที่เป็นไปได้คือวันที่ 6 กันยายน!! โอ้! พระเจ้าช่วย อีกอาทิตย์นึง!! ต้องอยู่แบบไม่มีตู้เย็นอีกอาทิตย์นึง?! ... เอาเหอะ ก็อยู่ได้แหละ หนักกว่านี้เจอมาแล้ว แค่นี้มันเรื่องเล็ก ... โอ้แม่เจ้า! อาทิตย์นึง!! ปล. จากหัวข้อว่า "จักรยานสีแดง" มันสีแดงจริงๆครับ สีแดงแรงฤทธ์เลยทีเดียว ปล. ถ้าใครจำได้ จริงๆแล้วเมื่อก่อนผมก็ขี่จักรยานอยู่ คันเก่าเป็นของพี่ที่อยู่ที่นี่น่ะ ยืมเค้ามาใช้ นี่ก่อนจะกลับไทยก็คืนเค้าไป แต่ที่ไม่อยากยืมอีก เพราะของพวกนี้ผมใช้แบบไม่ค่อยรักษา มีเป็นของตัวเองจะดีกว่า จะได้ใช้ได้เต็มที่ไม่ต้องเกรงใจ August 29 troubles at the endเรื่องที่ไปเที่ยว ขอละไว้ก่อนละกันนะ ^-^ ตอนนี้กลับมาที่ Chicago เรียบร้อยแล้ว มาถึงก็จัดแจงแจกจ่ายของฝากหิ้ว ฝากซื้อให้เรียบร้อย จากนั้นวันรุ่งขึ้นก็บึ่งไปลงทะเบียนที่มหาวิทยาลัย พร้อมกับซื้อๆของมาใส่ตู้เย็น เหมือนทุกอย่างจะราบรื่นดี แต่จริงๆแล้ว…
วันนี้ก็เพิ่งไปจัดการเรื่อง Comcast มา เริ่มจากโทรไปที่ Customer Services ก็ไม่สามารถคุยกับใครได้ เพราะพอระบบจะต่อสาย มันก็บอกว่าบัญชีของผมมันโดนแบน เพราะมีหนี้ค้างจ่ายหลายเดือน ก็มีทางเลือกให้แค่จะจ่ายผ่านโทรศัพท์ หรือจ่ายผ่านศูนย์บริการ ไม่สามารถคุยอะไรได้เลย พยายามอยู่หลายครั้ง ก็ยอมแพ้ จากนั้นก็เข้าเว็บเปิด Live Chat ที่มีให้คุยกับคนจริงๆ ก็บอกปัญหาเค้าไป เค้าก็บอกว่าผมต้องไปจัดการที่ Payment Center เพราะเค้าไม่สามารถจัดการเรื่องเงินขนาดนี้ได้ Payment Center ที่อยู่ใกล้ที่สุดก็ไม่ไกลมาก นั่งรถเมล์ต่อนึงจากนั้นก็เดินอีกครึ่งไมล์ พอไปถึง บอกปัญหาเค้า เค้าดูซักพักแล้วก็บอกว่า เค้าไม่สามารถลบหนี้ที่เราติดอยู่ได้ เพราะเค้าเป็น Payment Center ที่ไว้สำหรับรับเงิน ไม่ได้เอาไว้ลบหนี้ (เค้าบอกอย่างนี้เลย) เค้าบอกให้โทรไป Customer Services (นั่น… ติด loop แล้ว) ผมก็บอกว่าผมโทรไปแล้ว แต่ไม่ได้เรื่อง เค้าก็เลยจัดการโทรให้ หาทางคุยกับคนจริงๆ ไม่ใช่เครื่องคอมพิวเตอร์ รอซักแป๊บ เค้าก็ส่งโทรศัพท์มาให้เราคุยเอง ในสายโทรศัพท์ ผมก็บอกปัญหาไป (อีกที) เค้าก็ใช้เวลาดูแป๊บนึง ก็รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เค้าก็ไม่สามารถแก้ได้ทันที เค้าบอกว่าเดี๋ยวเค้าจัดการให้ ถือสายรอซักพัก ก็รออยู่นานหลายนาที เค้าก็กลับมาบอกว่าพรุ่งนี้จะตัดบริการให้ แล้วก็ไม่ต้องจ่าย … แต่กูอยากจะใช้บริการต่อโว้ย! … ก็บอกเค้าว่าจะ resume ไม่ใช่ disconnect เค้าก็หายไปอีกหลายนาทีก่อนจะกลับมาบอกว่าเดี๋ยวโทรกลับละกัน วันนี้ … แล้วเค้าก็ไม่โทรมา … รอดูกันต่อไป … ไม่มีเบอร์เค้าด้วยสิ ต้องรอเค้าโทรมาอย่างเดียว เฮ้อ! … เมื่อกี๊ล่าสุดเจ้าของบ้านก็แวะมาดูชักโครกกับตู้เย็นให้แล้ว สรุปได้ความว่าพรุ่งนี้เดี๋ยวมาจัดการชักโครกให้ แต่ตู้เย็นคงต้องเรียกช่าง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าวันไหน … ของกูเสียหมดพอดี -_- แต่ก็ยังดีกว่าต้องซื้อตู้เย็นใหม่เองละกัน (ชักโครกด้วย … ซ่อมไม่เป็น ซื้อใหม่เป็นอย่างเดียว เอ่อ ติดตั้งก็ไม่เป็นด้วยนี่หว่า สงสัยต้องย้ายห้องแทน 555) ปล. ชักโครกถึงจะมีน้ำไหลออกมาจากข้างหลัง แต่ก็ใช้ได้อยู่นะ ไม่ได้มีการหมักหมมเอาไว้ อย่าเข้าใจผิด August 15 USA Trip 2007 - Day 1ก๊อบมาจากเว็บผมอีกที่นึง
ถึงอเมริกาเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างไม่มีปัญหา ของกินเต็มกระเป๋าแต่ก็ผ่านศุลกากรมาได้ด้วยดี (ไม่โดนค้น)
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้บินออกจากสุวรรณภูมิ ด้วยความที่รีบๆไปขึ้นเครื่อง ก็เลยไม่ทันได้สังเกตุอะไรเท่าไหร่ภายในสนามบินส่วนขาออก ด่านตรวจต่างๆ มีตั้ง 2 ด่าน (ไม่รู้จะตรวจแล้วตรวจอีกทำไม) มีด่านที่เป็นเครื่องสแกน กับด่านที่เป็นคนสแกน อันหลังนี่เค้าจะเปิดกระเป๋าทุกใบตรวจดูเลย ส่วนการตรวจร่างการก็ใช้คนลูบๆคลำๆเอา ผู้หญิงก็มีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงเป็นคนลูบ ผู้ชายก็มีเจ้าหน้าที่กระเทยเป็นคนลูบ (-_-”) ครั้งนี้ไปการบินไทย นั่งเครื่อง Airbus A340-500 ซึ่งดูดีหรูหรามาก คาดว่าคงเพิ่งซื้อมาไม่นาน (จากข่าวนี้คง ซื้อมาประมาณปี 2005) ตั๋วที่ซื้อก็เป็นชั้น Economy ธรรมดา (ตอนอยู่สุวรรณภูมิมีเดินไปผิดฝั่ง เกือบจะเข้าไป Business Class ซะแล้ว - สำรวจก่อน อนาคตเดี๋ยวคงได้ใช้) แต่ที่ check-in เค้าอัฟให้เป็น Premium Economy 4 ที่นั่ง จาก 6 ที่นั่ง (มันเหลืออยู่แค่นั้น) ก็เลยได้มีโอกาสได้นั่งชั้นพิเศษขึ้นมากว่าปกติหน่อยนึง ภายในเครื่องลำนี้ ที่ต่างกันคือจอทีวีประจำที่นั่งที่ใหญ่กว่า พื้นที่ข้างหน้ากว้างกว่า เก้าอี้ตัวใหญ่กว่า โดยรวมก็เป็นเครื่องที่น่านั่งเอามากๆ บอกเลยว่าเป็นการบิน 15 ชั่วโมงที่เบื่อน้อยที่สุดแล้ว น่าจะวนเล่นๆอีกซัก 5 ชั่วโมงด้วยซ้ำ ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะเจ้าทีวีประจำที่นั่งนั่นแหละ มันเป็น Interactive Seat TV ที่เป็นเมนูให้เลือกหนัง วิดีโอ เพลง เกม ข้อมูลการบิน ได้จากรีโมตที่ดึงออกมาจากข้างๆที่นั่งได้! จอเป็นจอขนาดใหญ่พอสมควรเลย ประมาณ 11″ ได้ แถมเป็นจอสัมผัสอีกต่างหาก ในนั้นก็มีหนัง 20 กว่าเรื่องให้เลือกดู ทั้งหนังไทย ฝรั่ง เอเชีย เช่น Spiderman 3, Good Will Hunting, Ocean Eleven, Shooter, Shrek 3, โหมโรง, บางระจัน, ทวิภพ ฯลฯ ดูโหมโรงไปกับ Shooter ซึ่งโหมโรงดูอีกรอบก็ยังสนุกและตรึงใจเหมือนเดิม (ส่วน Shooter นี่ คะแนนจาก Rotten Tomatoes ได้ 49% ซึ่งผมก็คงให้ประมาณนั้น ไม่สนุกมากๆแต่ก็พอกล้อมแกล้มแบบไม่คิดมาก) นอกจากหนังให้ดูแล้ว ยังมีเพลงไทย เพลงสากล เพลงเอเชีย เพลงเพื่อการนอนหลับ เพลงคลาสสิค ฯลฯ (ลองฟังเพลงเพื่อการนอนหลับดูด้วย ไม่เห็นจะหลับเลย -_- ) แล้วก็เกมให้เล่น ซึ่งมีทั้งแบบ Single Player และ Multi-player!!!! (โดยจะเล่นกันระหว่างผู้โดยสารด้วยกัน แต่ไม่รู้ว่ากับตันเล่นด้วยได้มั้ย?) ตัว Multi-Player นี่ไม่ได้ลองเพราะไม่มีใครเล่นด้วย ก็เลยเล่นแต่ Single Player ซึ่งเกมก็มีหลายแนวดี เป็นเกมใช้สมองบ้าง เกมไพ่บ้าง เกมจาก Nintendo เช่น Mario กับ Dr.Mario และอื่นๆ ก็มีเหมือนกัน เวลาเล่นก็ดึง remote ออกมาแล้วจับวางแนวนอน มันก็จะกลายเป็น game pad ทันที!! แต่ละที่นั่งยังมีปลั๊กให้เสียบด้วย ใครที่เอา Notebook ขึ้นไปก็เล่นได้ตลอดทางเลย (จะมีเล่นจนแบตเครื่องบินหมดรึเปล่าวะ 555) ตอนแรกไม่รู้ว่ามี แต่เพิ่งเห็นตอนจะลงแล้ว เสียดาย รู้งี้เอามาเปิดเล่น Dungeon Siege II ต่อดีกว่า Action-RPG นี่ฆ่าเวลาได้ดีพอๆกับเกมแนว Civilization เลย ตอนนี้อยู่โรงแรม Holiday Inn - LAX ซึ่งก็มี Wi-Fi ให้เล่นในห้องได้ฟรี (หลายโรงแรมใน Los Angeles จะมี Free Wi-Fi ให้ใช้ ส่วนที่อื่นก็เริ่มจะมีแต่ก็เสียค่าเล่น) เดี๋ยวพรุ่งนี้เริ่มการเที่ยวด้วยการไป San Diego August 03 อิ่มหนำในที่สุดเมื่อวันพฤ.ที่ผ่านมาก็ได้ไปกิน สปาเก๊ตตี้ปลาเค็ม ที่ร้าน Greyhound สมใจอยาก กินเสร็จขึ้นไปเดิน TCDC ซักพักแล้วก็ไปนั่งกินราเมนที่ร้าน Tan Tan Men ต่ออีก 1 ชามใหญ่ นั่นกินนั่งคุยซักพักใหญ่ก็กลับบ้าน มากินข้าวเย็นที่บ้านต่ออีกรอบ ... เลยเป็นกลางคืนที่ไม่มีความรู้สึกหิวเลยซักนิด :-p (ปกติชอบหิวเวลากลางคืน) June 17 beforeYou don't know how much I want to see you ... and how long I have been strucking in that feeling ... I wait and wait ... And the time are coming when you finally came back here ... 2 times of an useless effort, then you said I still have to continue waiting until you're ready ... It like you put me walking in a desert heading for the north but don't know how long of the destination, even it's existed or not! ... I said I can accept that but one truth I didn't say is my feeling when the anticipation was collapsed and you gave me another anticipation that is more desperate.
I admitted that I'm so scare that you will run away if I express all my feeling. But I don't like to be a middle of nowhere too.
You said to let it be. I laughed because you're the one who confined it and not let it be.
Maybe the best thing I can do is sitting here, talking to you sometimes, dreaming about a chance to see you, making you laugh, bothering you at night ... and one day my feeling to you will finally fade away. Then we will become a stranger again.
Hate to express these. April 25 บันทึกความทรงจำ หลังจาก 9 เดือนมาแล้วมัวแต่ไปเขียนที่ seasandsong เลยปล่อยที่นี่ร้างซะ ... ช่างเถอะ :-p
เห็นไอ้แบ๊งค์เขียนเตือนความทรงจำ ... เลยเขียนเตือนบ้าง ...
ตอนนี้มาอเมริกาได้ 9 เดือนแล้ว (เหมือนกัน) เรื่องความคิด ลักษณะนิสัย รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปพอสมควร จากที่เคยกลัวๆ ไม่กล้าในบางเรื่อง ก็กล้ามากขึ้น คิดมากน้อยลง เป็นพวกตรงๆมากขึ้น แต่ปัญหาเรื่องขี้เบื่อ ขี้รำคาญ กับคนนี่ยังอยู่เหมือนเดิม รักสันโดษมากขึ้น และชอบพึ่งตัวเองมากขึ้นเหมือนกัน
เข้าใจคำว่า "การเรียนรู้ตลอดชีวิต" มากยิ่งขึ้น เราสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา ในทุกๆโอกาส และทุกๆสถานการณ์ เพียงแต่ว่าเราจะเปิดใจแค่ไหน ... เมื่อก่อนเวลาทำงาน ก็ทำอย่างเดียว หาความรู้ใหม่ๆก็แค่สิ่งที่เกี่ยวกับงาน หรือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เท่านั้น สิ่งที่นอกเหนือจากนั้นก็ไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่ ... แต่ตอนนี้มารู้สึกว่า ตอนนั้นเรามีโอกาสเรียนรู้อะไรได้มากมายจากคนรอบข้าง แต่เราก็ไม่ทำ เพราะไม่ทันคิด ...
การเรียนที่นี่ได้ให้ความรู้เรื่องระบบงานในธุรกิจมากพอสมควร เป็นการเปิดโลกอีกโลกหนึ่งซึ่งแต่ก่อนไม่ค่อยจะสนใจเท่าไหร่ ... แต่ก็ได้ข้อสรุปเหมือนกันว่า เรื่องพวกนี้ เรียนที่ไทย ก็ได้เหมือนกัน ... ไม่จำเป็นต้องมาเรียนเมืองนอกให้เสียเวลาหรอก ... แถมมาเรียนเมืองนอก ถ้าใครที่ภาษาไม่แข็งแรง ก็อย่าหวังว่าจะได้ความรู้เต็มที่กลับไป
เรื่องการฝึกภาษา หลังจากอยู่มาหลายเดือน ก็ได้ข้อสรุปว่า การมาเมืองนอก ช่วยเรื่องภาษาได้จริงๆ ... "แต่" มันไม่ช่วยให้คนที่ไม่เก่ง ไม่รู้เรื่อง แล้วอยู่ดีๆก็เก่งขึ้นมาได้ ... มันช่วยขัดเกลาคนที่เป็นอยู่แล้ว พูดฟังอ่านเขียน เป็นธรรมชาติมากขึ้นต่างหาก ... เพราะฉะนั้น คนที่คิดจะมาเมืองนอกเพื่อเรียนปริญญาโท ควรฝึกภาษาให้อยู่ในระดับดีก่อนที่จะมา (แนะนำอย่างแรง) ...
ส่วนคนที่จะมาเรียนภาษา 6 เดือน แล้วหวังว่าจะกลายเป็นคนใ |